bfk168

ฟูแล่ม พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฟูแล่ม พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สารบัญเว็บไซต์

ฟูแล่ม พบ แมนยู เกมชี้ชะตาไมเคิล คาร์ริก หรือบททดสอบใหญ่ที่ปีศาจแดงต้องผ่านให้ได้

เกม ฟูแล่ม พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ Craven Cottage คืนนี้ถูกจับตามองมากกว่าการแย่งสามคะแนนธรรมดา เพราะสถานการณ์ของ Michael Carrick เริ่มถูกพูดถึงหนักขึ้นหลังแมนยูออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะเพียงนัดเดียวจาก 4 เกม และล่าสุดยังตกรอบคาราบาว คัพแบบเจ็บปวด ทั้งที่ออกนำไบรท์ตัน 2-0 ก่อนถูกพลิกกลับมาแพ้ 2-3 คาบ้าน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่ยูไนเต็ดนำคู่แข่งสองประตูที่ Old Trafford แล้วจบด้วยความพ่ายแพ้ Carrick ยอมรับความรับผิดชอบต่อผลงานครึ่งหลังในเกมนั้น และ Reuters รายงานก่อนเกมฟูแล่มว่าแรงกดดันที่มีต่อกุนซือวัย 45 ปีกำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม หากจะบอกว่าเกมคืนนี้เป็น “นัดชี้ชะตา” ที่แพ้แล้วต้องถูกปลดทันที ผมคิดว่ายังเร็วเกินไป เพราะจนถึงตอนนี้ไม่มีรายงานที่น่าเชื่อถือยืนยันว่าบอร์ดแมนยูตั้งเงื่อนไขแบบนั้น สิ่งที่ชัดเจนกว่าคือ Carrick ถูกถามเรื่องอนาคตก่อนเกม และเจ้าตัวเลือกไม่สนใจกระแสเหล่านั้น โดยบอกว่าสิ่งที่เขาต้องทำคือหาวิธีแก้ปัญหา พัฒนาผลงาน และทำให้ทีมกลับเข้าสู่มาตรฐานที่สโมสรต้องการ สำหรับแฟนที่เตรียม ดูบอลแมนยู หรือกำลังเลือกคู่สำหรับ ดูบอลวันนี้ ผมมองว่าแรงกดดันจะเห็นได้ตั้งแต่นาทีแรก เพราะหากแมนยูเริ่มเกมไม่ดี เสียบอลง่าย หรือปล่อยให้ฟูแล่มเป็นฝ่ายคุมจังหวะ เสียงวิจารณ์เรื่องแท็กติกของ Carrick จะกลับมาทันที จุดที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่เพียงผลการแข่งขัน แต่คือรูปแบบความพ่ายแพ้ช่วงหลัง แมนยูแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ในลีก ก่อนถูกไบรท์ตันพลิกจาก 2-0 เป็น 2-3 ทำให้คำถามเรื่องการบริหารเกมเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนยังไม่หายไป จากที่ผมมอง Carrick ต้องแสดงให้เห็นว่าเขาเรียนรู้อะไรจากเกมเหล่านั้น โดยเฉพาะการเลือกจังหวะเร่งเกม การเปลี่ยนตัว และการทำให้ทีมกลับมาคุมพื้นที่ตรงกลางเมื่อคู่แข่งเริ่มกดดัน สำหรับคนที่ชอบ ดูบอลสด หรือ ดูบอลพรีเมียลีค เกมนี้จึงน่าสนใจตรงการดูปฏิกิริยาของแมนยูมากกว่าสถิติบนกระดาษ เพราะความมั่นใจของทีมกำลังถูกทดสอบอย่างหนัก แม้ยูไนเต็ดจะมีสถิติที่ดีในการมาเยือนสนามแห่งนี้และไม่แพ้เกมลีกที่ Craven Cottage ตั้งแต่ปี 2009 แต่ประวัติศาสตร์ไม่ได้ช่วยมากนักหากฟุตบอลปัจจุบันยังเต็มไปด้วยความผิดพลาด หากแมนยูชนะได้ ความกดดันรอบ Carrick จะลดลงและทีมจะมีพื้นที่หายใจมากขึ้นก่อนโปรแกรมถัดไป แต่ถ้ายังเก็บสามคะแนนไม่ได้ โดยเฉพาะหากแพ้ด้วยรูปเกมที่มีปัญหาเดิมซ้ำ ๆ คำถามเรื่องทิศทางของทีมและอนาคตของกุนซือจะดังขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ดังนั้นผมอาจยังไม่เรียกคืนนี้ว่า “นัดสุดท้ายของ Carrick” แต่สำหรับช่วงต้นฤดูกาล นี่คือเกมที่เขาจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเองยังสามารถพาแมนยูกลับออกจากช่วงเวลาที่ยากลำบากได้

จากนำ 2-0 แล้วพังคาบ้าน แมนยูจะเรียกความมั่นใจก่อนบุก Craven Cottage กลับมาได้หรือไม่

สิ่งที่น่าจับตามองก่อนเกม ฟูแล่ม พบ แมนยู ไม่ได้มีเพียงเรื่องแท็กติกหรือการจัดตัวจริง แต่เป็นเรื่องสภาพจิตใจของผู้เล่น หลังความพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตัน 2-3 ในคาราบาว คัพเป็นผลการแข่งขันที่น่าจะกระทบความมั่นใจไม่น้อย แมนยูเริ่มเกมนั้นได้แทบจะสมบูรณ์แบบ Shea Lacey ยิงให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 8 ก่อน Mason Mount ช่วยขยับสกอร์เป็น 2-0 แต่แทนที่จะใช้ความได้เปรียบควบคุมเกม กลับปล่อยให้ไบรท์ตันตีตื้นก่อนพักครึ่ง และในครึ่งหลัง Pascal Groß กับ Maxim De Cuyper ยิงสองประตูภายในไม่กี่นาที พลิกสถานการณ์จนยูไนเต็ดตกรอบ Carrick ยอมรับหลังเกมว่าตัวเองต้องรับผิดชอบ และยอมรับว่าทีมจัดการครึ่งหลังได้ไม่ดีพอ จากที่ผมดู ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่แค่เสียสามประตู แต่คือหลังจากคู่แข่งได้ประตูแรก แมนยูเหมือนเสียการควบคุมทั้งจังหวะและความมั่นใจ การยืนตำแหน่งเริ่มหลวม การขึ้นเกมรีบเกินไป และเมื่อต้องรับแรงกดดันต่อเนื่องก็ไม่มีช่วงไหนที่สามารถทำให้เกมช้าลงเพื่อหยุดโมเมนตัมของไบรท์ตันได้ สำหรับแฟนที่เตรียม ดูบอลแมนยู หรือกำลังหา ดูบอลสด คืนนี้ ผมคิดว่าช่วงที่สำคัญมากจะเป็นหลังจากเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนเกม ไม่ว่าจะเป็นแมนยูยิงนำหรือเสียประตูก่อน เพราะตรงนั้นจะบอกได้ว่าทีมเรียนรู้อะไรจากเกมกลางสัปดาห์หรือยัง การบุกไปเยือน Craven Cottageก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่เหมาะกับทีมที่กำลังเสียความมั่นใจ เพราะฟูแล่มเองแม้ยังไม่ชนะพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แต่เพิ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถทำให้ทีมใหญ่เล่นลำบากได้ และสิ่งที่เจ้าบ้านน่าจะพยายามทำคือกดดันแมนยูให้เกิดความผิดพลาดง่าย ๆ ตั้งแต่แดนกลาง ยิ่งเกมสูสีนานเท่าไร คนที่กดดันมากกว่าจะกลายเป็นฝั่งทีมเยือน สำหรับคนที่ติดตาม ดูบอลพรีเมียลีค เป็นประจำ นี่เป็นสถานการณ์ที่เห็นบ่อยมากกับทีมใหญ่ที่ฟอร์มไม่ดี คือคู่แข่งไม่จำเป็นต้องเปิดเกมแลก เพียงรักษาทรงเกมและทำให้ทีมใหญ่เริ่มหงุดหงิด ความผิดพลาดก็สามารถเกิดขึ้นเองได้ สิ่งที่ Carrick ต้องการมากที่สุดจึงอาจไม่ใช่ฟุตบอลสวยงาม แต่เป็นการเห็นทีมกลับมาเล่นด้วยความนิ่ง หากขึ้นนำต้องรู้วิธีรักษาบอล หากถูกตีเสมอต้องไม่เสียรูปทรง และหากเกมยัง 0-0 หลังหนึ่งชั่วโมงต้องไม่เร่งจนเปิดพื้นที่ให้ฟูแล่มสวนกลับ Carrick ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่าเขายังเชื่อว่ามีเวลาในการปรับปรุงทีม และสิ่งสำคัญคือการมองหาทางออกมากกว่าการโยนความผิดให้ใครคนใดคนหนึ่ง สำหรับผม นี่จึงเป็นเกมที่ผลการแข่งขันสำคัญมาก แต่ “วิธีเล่น” ก็สำคัญไม่แพ้กัน คนที่เลือก ดูบอลวันนี้ ควรจับตาว่าแมนยูจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเจอช่วงยากของเกม หากทีมสามารถผ่านแรงกดดันเหล่านั้นไปได้โดยไม่แตกเหมือนเกมกับไบรท์ตัน นั่นอาจเป็นสัญญาณแรกว่าพวกเขาเริ่มตั้งหลักได้ แต่หากเกิดภาพเดิมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการนำแล้วปล่อยคู่แข่งกลับมา หรือเสียประตูแล้วทีมแตกเป็นชิ้น ๆ ความกังวลรอบ Carrick และแมนยูจะหนักขึ้นกว่าเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

ฟูแล่มยังไม่ชนะ แต่ห้ามประมาท จุดอันตรายที่อาจซ้ำเติมปัญหาแนวรับแมนยู

แม้ฟูแล่มจะยังไม่สามารถคว้าชัยชนะในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ แต่ถ้ามองจากรูปเกมช่วงหลัง ผมคิดว่า ฟูแล่ม พบ แมนยู ไม่ใช่งานที่ Michael Carrick จะมองข้ามได้เลย โดยเฉพาะหลังทีมของ Alvaro Arbeloa เพิ่งบุกไปเสมอลิเวอร์พูล 0-0 ที่แอนฟิลด์ ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่ช่วยยืนยันว่าฟูแล่มสามารถยืนระยะกับทีมใหญ่ได้ดี หากพวกเขาจัดระเบียบเกมรับและเลือกจังหวะสวนกลับอย่างมีวินัย พรีเมียร์ลีกเองก็ชี้ว่าฟูแล่มมีโอกาสใช้ชุดเดิมจากเกมนั้น โดย Sander Berge กับ Shea Charles มีแนวโน้มยืนคู่กันตรงกลาง ขณะที่ Alex Iwobi จะขยับขึ้นไปเล่นในพื้นที่สร้างสรรค์เกมด้านหน้า ซึ่งจากที่ผมมอง นี่คือจุดที่แมนยูต้องระวังมากที่สุด เพราะหากกองกลางของ Carrick ปล่อยให้ Iwobi รับบอลระหว่างไลน์ได้ง่าย เขาสามารถพลิกบอลและพาทีมสวนกลับขึ้นหน้าได้ทันที สำหรับแฟนที่เตรียม ดูบอลแมนยู หรือกำลังหา ดูบอลสด คืนนี้ สิ่งที่ควรจับตาคือเวลาฟูแล่มเปลี่ยนจากรับเป็นรุก พวกเขาไม่ได้พยายามต่อบอลเยอะเกินความจำเป็น แต่จะมองหาพื้นที่ด้านข้างหรือช่องหลังฟูลแบ็กอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะถ้าแมนยูดัน Diogo Dalot หรือ Patrick Dorgu ขึ้นสูงพร้อมกัน พื้นที่ด้านหลังจะเปิดและกลายเป็นจุดที่ Oscar Bobb, Alex Iwobi หรือ Joshua King สามารถโจมตีได้ทันที ขณะเดียวกันฟูแล่มยังมี Sander Berge ที่ช่วยเก็บบอลสองและสร้างความแข็งแรงตรงกลาง ซึ่งเป็นรายละเอียดสำคัญมาก เพราะปัญหาหนึ่งของแมนยูช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่แค่เสียประตู แต่คือเวลาถูกคู่แข่งกดดันต่อเนื่อง ทีมมักเสียพื้นที่บริเวณหน้ากรอบเขตโทษและไม่สามารถหยุดจังหวะสองได้ดีพอ เกมกับไบรท์ตันที่นำ 2-0 ก่อนแพ้ 2-3 เป็นตัวอย่างชัดว่าหากโมเมนตัมหลุดไปแล้ว ยูไนเต็ดสามารถเสียการควบคุมเกมได้รวดเร็ว นอกจากนี้ แม้ฟูแล่มจะยังไม่ชนะในลีก แต่พวกเขามีสัญญาณดีขึ้น ทั้งผลเสมอลิเวอร์พูลและชัยชนะเหนือเวสต์แฮมในคาราบาว คัพ ทำให้ความมั่นใจก่อนเจอแมนยูไม่ได้อยู่ในระดับต่ำอย่างที่อันดับอาจทำให้หลายคนเข้าใจ สำหรับคนที่ชอบ ดูบอลพรีเมียลีค หรือกำลังเลือกคู่ ดูบอลวันนี้ ผมคิดว่าช่วง 20-30 นาทีแรกจะสำคัญมาก หากแมนยูไม่สามารถกดฟูแล่มให้อยู่ในแดนตัวเองได้ และปล่อยให้เจ้าบ้านเริ่มเล่นตามจังหวะของตัวเอง ความกดดันจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นกับทีมเยือน เพราะฟูแล่มไม่มีความจำเป็นต้องเร่งเกมเลย ตรงกันข้ามพวกเขายิ่งได้เปรียบหากสกอร์ยัง 0-0 นาน ๆ โดยเฉพาะเมื่อบรรยากาศที่ Craven Cottage เริ่มหนุนเจ้าบ้าน ดังนั้นผมมองว่าจุดอันตรายของฟูแล่มไม่ได้อยู่ที่การบุกแบบถล่มทลาย แต่อยู่ที่ความอดทน การรอจังหวะผิดพลาด และความสามารถในการทำให้แมนยูเริ่มหงุดหงิด ซึ่งหาก Carrick ยังแก้ปัญหาการเสียทรงเมื่อเกมไม่เป็นไปตามแผนไม่ได้ ฟูแล่มมีศักยภาพพอที่จะทำให้ค่ำคืนนี้กลายเป็นอีกเกมที่ยากมากของปีศาจแดง

Bruno–Mbeumo ต้องสร้างความแตกต่าง คาร์ริกควรจัดแมนยูอย่างไรเพื่อเอาสามแต้มกลับบ้าน

ถ้า Michael Carrick ต้องการให้เกม ฟูแล่ม พบ แมนยู เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียกความมั่นใจกลับมา ผมคิดว่าเขาต้องเริ่มจากการจัดเกมรุกให้ชัดเจนกว่าเดิม โดยเฉพาะบทบาทของ Bruno Fernandes กับ Bryan Mbeumo เพราะสองคนนี้คือผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างได้มากที่สุดในพื้นที่สุดท้าย จากไลน์อัพที่หลายสำนักคาดการณ์ Bruno จะยืนเป็นตัวรุกตรงกลางด้านหลังหน้าเป้า ขณะที่ Mbeumo มีโอกาสออกทางขวา และ Matheus Cunha หรือ Marcus Rashford เป็นตัวเลือกฝั่งซ้าย ส่วนตำแหน่งกองหน้าระหว่าง Benjamin Sesko กับ Cunha ยังเป็นหนึ่งในคำถามที่ Carrick ต้องตัดสินใจก่อนแข่ง โดยพรีเมียร์ลีกระบุว่า Sesko ได้โอกาสเป็นตัวจริงในคาราบาว คัพกลางสัปดาห์แต่ยังสร้างผลกระทบไม่ได้มากนัก ขณะที่ Cunha เองก็ยังไม่สามารถทำประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ จากที่ผมมอง หากจะเจาะแนวรับฟูแล่มที่มีแนวโน้มยืนค่อนข้างกระชับ Carrick ไม่ควรให้ Bruno ลงต่ำเกินไปเหมือนบางช่วงที่ผ่านมา เพราะถ้ากัปตันทีมต้องถอยไปช่วยขึ้นบอลจากแดนตัวเองมากเกินไป แมนยูจะเสียผู้เล่นที่เก่งที่สุดในการจ่ายบอลทะลุช่องบริเวณหน้าเขตโทษ สิ่งที่ควรทำคือให้ Kobbie Mainoo หรือ Youri Tielemans รับผิดชอบการพาบอลผ่านแดนกลางมากขึ้น แล้วปล่อย Bruno ยืนระหว่างไลน์เพื่อเชื่อมกับ Mbeumo และหน้าเป้า สำหรับแฟนที่เตรียม ดูบอลแมนยู หรือชอบ ดูบอลสด ผมแนะนำให้จับตาการเคลื่อนที่ของ Mbeumo เป็นพิเศษ เพราะถ้าเขาไม่ได้ยืนติดเส้นตลอด แต่สลับวิ่งเข้า half-space ด้านขวา จะสร้างคำถามให้ Antonee Robinson หรือ Calvin Bassey ว่าใครต้องตาม และทันทีที่แนวรับขยับออกจากตำแหน่ง ช่องตรงกลางจะเปิดให้ Bruno หรือ Sesko เข้าโจมตี นอกจากนี้สภาพทีมก็มีผลต่อแผนอย่างมาก Luke Shaw และ Carlos Baleba ต้องรอเช็กความพร้อมจนใกล้แข่งขัน ขณะที่ Manuel Ugarte, Tom Heaton, Matthijs de Ligt และ Amad Diallo ยังไม่พร้อมใช้งานตามข้อมูลก่อนเกม หาก Shaw ยังไม่พร้อม Carrick มีแนวโน้มใช้ Dorgu ต่อทางซ้าย ซึ่งทำให้ความสมดุลสำคัญมาก เพราะ Dorgu เป็นผู้เล่นที่ชอบเติมสูง หาก Dalot เติมพร้อมกันอีกฝั่ง แมนยูอาจเปิดพื้นที่ให้ฟูแล่มสวนกลับง่ายเกินไป ดังนั้นผมคิดว่า Carrick ควรเลือกให้ฟูลแบ็กเติมทีละด้าน และให้อีกฝั่งหุบเข้ามาช่วยสร้างโครงสร้างสามคนตอนเสียบอล เพื่อลดปัญหาที่ทีมโดนเจาะสวนง่าย สำหรับคนที่ชอบ ดูบอลพรีเมียลีค หรือกำลังเลือก ดูบอลวันนี้ จุดตัดสินเกมอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าแมนยูครองบอลได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่อยู่ที่ว่าพวกเขาสร้างโอกาสคุณภาพสูงได้หรือไม่ หาก Bruno ได้บอลในพื้นที่ที่เหมาะสม และ Mbeumo สามารถวิ่งโจมตีหลังแนวรับได้ต่อเนื่อง ยูไนเต็ดมีอาวุธพอที่จะสร้างปัญหาให้ฟูแล่ม แต่ถ้าเกมรุกยังแยกกันเล่น Bruno ต้องถอยต่ำ Mbeumo ต้องเลี้ยงเอง และหน้าเป้าถูกตัดขาดจากทีม ภาพเดิมจากเกมก่อน ๆ ก็มีโอกาสกลับมาอีกครั้ง ซึ่งในสถานการณ์ที่ Carrick กำลังถูกจับตามอง สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดไม่ใช่แค่สามคะแนน แต่คือการเห็นแมนยูเล่นด้วยโครงสร้างที่ชัดและควบคุมเกมได้ตั้งแต่ต้นจนจบครับ

ฟันธงก่อนเกม ฟูแล่ม vs แมนยู ปีศาจแดงจะหยุดวิกฤต หรือแรงกดดันคาร์ริกจะหนักกว่าเดิม

ก่อนเกม ฟูแล่ม พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมมองว่านี่อาจยังไม่ใช่ “เกมแพ้แล้วปลด” ของ Michael Carrick เพราะจนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานที่น่าเชื่อถือยืนยันว่าบอร์ดบริหารกำหนดเส้นตายแบบนั้น แต่ในแง่ของแรงกดดัน เกมคืนนี้สำคัญมากอย่างปฏิเสธไม่ได้ แมนยูมีเพียง 4 คะแนนจากพรีเมียร์ลีก 4 นัดแรก และเพิ่งเสียความมั่นใจจากการนำไบรท์ตัน 2-0 ก่อนถูกพลิกแพ้ 2-3 ตกรอบคาราบาว คัพ ขณะที่พรีเมียร์ลีกตั้งข้อสังเกตว่า หากยูไนเต็ดทำได้เพียงเสมอฟูแล่ม พวกเขาจะมี 5 คะแนนจาก 5 นัด เท่ากับผลงานออกสตาร์ตที่แย่ที่สุดของสโมสรในยุคหลัง Sir Alex Ferguson และหากแพ้ก็จะต่ำกว่านั้นทันที นี่คือเหตุผลที่คนเตรียม ดูบอลแมนยู หรือเลือกคู่ ดูบอลวันนี้ ควรจับตาเกมนี้เป็นพิเศษ เพราะผลการแข่งขันอาจส่งผลต่อบรรยากาศรอบ Carrick มากกว่าสามคะแนนธรรมดา Reuters รายงานตรงกันว่าแรงกดดันต่อกุนซือแมนยูกำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่ Carrick เองปฏิเสธที่จะหมกมุ่นกับคำถามเรื่องอนาคตและยืนยันว่าเป้าหมายของเขาคือหาทางแก้ปัญหาและยกระดับผลงานของทีม หากมองรูปเกม ผมคิดว่าฟูแล่มจะไม่เปิดหน้าแลกตั้งแต่นาทีแรก แต่จะพยายามทำให้แมนยูเป็นฝ่ายหงุดหงิด ปิดพื้นที่ตรงกลางและรอโจมตีเมื่อทีมเยือนเสียบอล ซึ่งแนวทางนี้เหมาะกับสถานการณ์ของเจ้าบ้านมาก เพราะพวกเขาเพิ่งบุกเสมอลิเวอร์พูล 0-0 และแสดงให้เห็นว่าสามารถยืนเกมรับกับทีมใหญ่ได้ดี พรีเมียร์ลีกคาดว่า Sander Berge กับ Shea Charles จะยังคุมแดนกลาง และ Alex Iwobi เล่นสูงขึ้นเพื่อเชื่อมเกมรุก สำหรับคนที่ชอบ ดูบอลสด หรือ ดูบอลพรีเมียลีค ผมคิดว่าตัวชี้วัดสำคัญที่สุดจะอยู่ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ถ้า Bruno Fernandes และ Bryan Mbeumo สามารถพาแมนยูสร้างโอกาสได้เร็ว ฟูแล่มจะต้องขยับแนวรับออกมาและพื้นที่จะเริ่มเปิด แต่ถ้ายัง 0-0 ไปเรื่อย ๆ ความกดดันจะตกใส่แมนยูหนักขึ้นทุกนาที และภาพจากเกมกับไบรท์ตันอาจกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง ในด้านสถิติ แมนยูยังมีสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ เพราะพวกเขาไม่แพ้เกมพรีเมียร์ลีกที่ Craven Cottage มาตั้งแต่ปี 2009 แต่ผมไม่คิดว่าสถิติเก่าจะมีน้ำหนักมากเท่าฟอร์มปัจจุบัน ส่วนตัวเลขแนวโน้มก่อนเกมจากภาพที่ส่งมาให้น้ำหนักแมนยูชนะ 48% ฟูแล่ม 27% และเสมอ 25% ซึ่งสะท้อนภาพได้ดีว่าทีมเยือนยังเป็นต่อ แต่ไม่ได้เหนือกว่าจนมองข้ามเจ้าบ้านได้ หากต้องคาดการณ์สกอร์ ผมมองว่า แมนยูมีโอกาสเฉือนชนะ 2-1 โดยต้องอาศัยความเด็ดขาดของ Bruno–Mbeumo และที่สำคัญที่สุดคือการไม่เสียการควบคุมเกมเมื่อมีสกอร์นำ หาก Carrick พาทีมเก็บสามแต้มได้ เกมนี้จะช่วยลดแรงกดดันและให้เวลาสำหรับแก้ปัญหาในช่วงพักทีมชาติ แต่ถ้าแมนยูแพ้ โดยเฉพาะหากเกิดปัญหาเดิมอย่างนำแล้วปิดเกมไม่ได้หรือเสียประตูจากความผิดพลาดง่าย ๆ ประเด็นเรื่องอนาคตของ Carrick จะยิ่งร้อนแรงกว่าเดิมอย่างแน่นอนครับ

error: Content is protected !!